โรคข้อเข่าเสื่อม

Last updated: Mar 2, 2020  |  969 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความและงานวิจัย

โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ปัจจุบันโรคข้อเข่าเสื่อมมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมมากๆ มีอาการเจ็บปวด เข่าผิดรูป เดินได้ไม่ปกติ ทำให้ทำกิจวัตรประจำวันไม่สะดวก เกิดความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ

โรคข้อเข่าเสื่อม หมายถึง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การทำงานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามล้าดับ

สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า

1. ความเสื่อมแบบไม่ทราบสาเหตุเป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย 

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่

    • อายุ พบว่า อายุ 40 ปีเริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40
    • เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย
    • น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น
    • การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น
    • ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวม กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง
    • กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม

ดังนั้นการมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโรคกระดูกเสื่อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเรื่องใกล้ตัวที่ทุกๆท่าน จะต้องให้ความสำคัญและเข้าใจ

2. ความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น

อาการของข้อเข่าเสื่อม 

อาการในระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ 

เมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลา
กลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวมร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้เดินและใช้ชีวิตประจ้าวันล้าบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ


การป้องกันโรคกระดูกเสื่อม ควรเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำลายกระดูก เช่น

1. การปรับท่าทางในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง อย่านั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังงอและก้มคอทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานสร้างผลเสียต่อข้อต่อบริเวรคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอว ควรนั่งผิงพนักเก้าอี้ และไม่ควรก้มคอนานๆ ทางที่ดีควรหาโอกาสขยับตัวโดยลุกขึ้นมาเดินยืดแขน ยืดขาบ้าง เพื่อเป็นการบริหารข้อต่อ การสะพายกระเป๋าหนัก หรือหิ้วของหนักข้างใดข้างหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทบริเวณสะบัก ทำให้กล้ามเนื้อมีอาการอักเสบหรืออาจมีการชาของเส้นประสาทบริเวณแผ่นหลังได้ หากมีอาการปวดต้นคอหรือชาปลายนิ้มมือก็ควรพบแพทย์


2. การควบคุมน้ำหนักตัวเพื่อลดภาระของกระดูกในการรับน้ำหนัก
น้ำหนักตัวที่มากขึ้นจะเป็นภาระต่อกระดูกสันหลังในการรับน้ำหนัก โอกาสที่กระดูกสันหลังเสื่อมจะมีมากตามมา แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรี่สูง เพราะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ในส่วนการดื่มนมแม้จะช่วยเพิ่มแคลเซียม ให้กับกระดูกได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องคอเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวมีไขมันในเลือดสูง สำหรับผู้สูงอายุควรตรวจระดับไขมันในเลือดก่อนดื่มนมด้วย


3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูกและข้ออย่างสม่ำเสมอ
เช่นอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่าง ปลาขนาดเล็กที่สามารถกินได้ทั้งก้าง นมและผลิตภัณฑ์จากนม งา โดยเฉพาะงาดำ ผักใบเขียวต่างๆ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ เต้าเจี้ยว ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมต่างๆ รวมทั้งอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันเซลล์เสื่อม เช่นผักและผลไม้ที่รสไม่หวานจัด โดยทานให้ครบทั้ง 5 สี เช่น ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง เช่นผักและผลไม้ที่มีสีส้ม เหลืองหรือแดง เพราะเบต้าแคโรทีนคือตัวการทำให้พืชผักและผลไม้มีสีสันดังกล่าว เช่น แครอท ฝักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน แตงโม มะละกอสุก และผักที่มีสีเขียว เช่น บลอคโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า เป็นต้น  

4. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งเบาภาระต่างๆ ของกระดูก ทั้งยังเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพลุน กระดูกคด หรือผิดรูปได้น้อยลง สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกเสื่อมสามารถออกกำลังกายได้ แต่ไม่ควรหักโหมมากเกินไป เช่น การเดินหรือวิ่งออกกำลังเบาๆ

ยาที่ใช้บรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม

  1. ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกในกรณีที่
    ปวดไม่มาก เพราะให้ประสิทธิผลดี และปลอดภัย รับประทาน 2 เม็ด วันละ 4 ครั้ง (4 กรัม/วัน) เพื่อให้ได้ระดับยาในการรักษา ซึ่งโอกาสเป็นพิษต่อตับน้อยมาก ถ้าไม่เป็นโรคตับหรือดื่มสุราจัด
  2. ยาทาเฉพาะที่ ประเภทยาแก้ปวดและต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์และ เจลพริก (Capsaicin) ใช้ทานวดซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความร้อนเฉพาะที่
  3. ยาต้านการอักเสบไม่ใช่สเตียรอยด์(NSAIDs) ในรูปของยารับประทาน
    และยาฉีด ซึ่งช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้ดี ควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์ ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือมีปัญหา หอบหืด ตับ ไต หัวใจ และสังเกตผลข้างเคียงของยาที่พบได้ เช่น ไม่สบายท้อง ท้องอืด ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระสีด้า ผื่นคัน พิษต่อตับ ไต ยากลุ่มนี้อาจทำให้บวมและความดันโลหิตสูงขึ้น ข้อแนะน้าไม่ควรใช้ยาติดต่อเป็นเวลานาน
  4. ยาคลายกล้ามเนื้อ การอักเสบท้าให้กล้ามเนื้อโดยรอบเกร็งตึงได้ การใช้
    ยาคลายกล้ามเนื้อจะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้
  5. ยาแก้ปวดที่มีอนุพันธ์ฝิ่น ใช้ในกรณีปวดรุนแรง หรือผู้ที่มีโรคประจ้าตัวซึ่งใช้ยากลุ่มอื่นไม่ได้ แต่ห้ามใช้ในผู้มีปัญหาตับอักเสบ ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงได้แก่ ท้องผูก ง่วงซึม เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่้า ต้องระวังการหกล้ม
  6. ยาพยุงหรือลดความเสื่อม เช่น Glucosamine Sulfate, Diacerein,
    น้้าไขข้อเทียม (Hyaluronic acid) สามารถลดอาการปวด และอาจเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกอ่อนข้อต่อ ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ช้า ราคาแพง ไม่ควรใช้ในผู้ที่ข้อเสื่อมรุนแรง
  7. ยาฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ สามารถลดอาการปวดในช่วงสั้นๆ 2-3 สัปดาห์ ไม่ควรฉีดประจำ เนื่องจากจะทำลายกระดูกอ่อนข้อต่อได้ใช้ในกรณีที่
    ปวดเฉียบพลันเท่านั้น แต่แนะน้าให้หลีกเลี่ยง

  ปรึกษาเภสัชกร คลิก line

  

อ้างอิง: คณะแพทย์ศาสตร์ รพ. รามาธิบดี

         ภก.ดร.ทวีศักดิ์ สีทองสุรภณา

อ่านเพิ่ม ประโยชน์ของนำ้มันงาต่อการลดการอักเสบของกระดูกและข้อ

 

 

 

ปรึกษาสุขภาพกับเภสัชกร   :  เพิ่มเพื่อน

Powered by MakeWebEasy.com